รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีได้ดำเนินการผลักดันกระบวนการผลิตครูตามลำดับ ดังนี้
· ตรวจสอบสถานศึกษานอกที่ตั้ง ซึ่งจากเดิมมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ เปิดการเรียนการสอนนอกสถานที่ตั้งกว่า ๔๐๐ สาขาวิชา แต่ขณะนี้เหลือเพียง ๔๐ สาขาวิชา สำหรับมหาวิทยาลัยเอกชนและมหาวิทยาลัยรัฐบาลอื่น เดิมเปิดการเรียนการสอนนอกสถานที่ตั้งกว่า ๗๐๐ สาขาวิชา ขณะนี้ลดเหลือ ๗๐ สาขาวิชา โดยต่อไปจะมีการตรวจสอบคุณภาพการเรียนการสอนนอกสถานที่ตั้งในทุกสาขาวิชาด้วย
· การเปิดสอนโดยไม่ได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพ ตามที่มีข่าวนักศึกษาร้องเรียนในช่วง ๔-๖ เดือนที่ผ่านมา ว่ามีการเปิดสอนในสาขาวิชาที่ไม่ได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพ ทำให้เกิดปัญหากับนักเรียน รมว.ศธ.จึงสั่งให้มีการดำเนินการตรวจสอบ กำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนไม่ให้มีการเปิดสอนโดยกระทบสิทธิ์กับผู้เรียน และให้ผู้เรียนสามารถฟ้องร้องได้
· การโฆษณาทางอินเทอร์เน็ตและป้ายโฆษณา แอบอ้างว่า เรียนครบ จบแน่ เรียนแล้วมีเงินกองทุนกู้ยืม ได้ดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบติดตาม ในขณะนี้ป้ายเหล่านี้ถูกถอดออกหมดแล้ว ซึ่งถ้ามีการกระทำอีกจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
· การขายใบปริญญา คุรุสภาได้ดำเนินการวางแผน เตรียมการหาข้อมูล ตรวจสอบกระบวนการจนสามารถนำไปสู่การมีพยานหลักฐาน ทำให้ รมว.ศธ.สามารถแต่งตั้งคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน เพื่อทลายกระบวนการนี้ให้ได้เร็วที่สุด
· ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง สิทธิขั้นพื้นฐานของนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา ที่สามารถให้นักศึกษารวมกลุ่มกันเป็นเครือข่าย เรียนร้องสิทธิขั้นพื้นฐาน เพื่อให้มหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เป็นไปตามหลักสูตรมาตรฐานสากล และสามารถรวมกลุ่มฟ้องร้องทางแพ่ง การละเมิด และทางอาญาได้ ซึ่ง ศธ.ยินดีสนับสนุนกลุ่มเครือข่ายของนักศึกษาเหล่านี้ เช่น การเปิดสอนสาขาการบินพลเรือน แต่มหาวิทยาลัยไม่ได้มีความร่วมมือกับบริษัทการบินหรือโรงแรมเลย จึงขอย้ำว่า หากมหาวิทยาลัยยังไม่มีความพร้อม ก็ไม่ควรเปิดการเรียนการสอน
นายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า เรื่อง ป.บัณฑิตที่เป็นข่าว ในความหมายของตนหมายถึง การซื้อขายใบปริญญา เนื่องจากมีจำนวนผู้เรียน ป.บัณฑิตสูงขึ้น บางมหาวิทยาลัยมีจำนวน ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ คน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูเป็นพิเศษ จึงได้วางแผนเพื่อหาหลักฐานมาอ้างอิง ซึ่งก็พบข้อชัดเจน ๒ ประการ คือ ประการแรก - การเรียน ป.บัณฑิต หลักสูตร ๑ ปี ภาคเรียนที่ ๑ เรียนภาคทฤษฏี ส่วนภาคเรียนที่ ๒ และ ๓ ต้องฝึกประสบการณ์ที่โรงเรียนควบคู่กับการเรียนภาคทฤษฏีด้วย จึงจะครบตามกฎเกณฑ์ ๔+๑ ซึ่ง ๑ คือ วิชาชีพโดยตรง แต่นักศึกษาทั้ง ๔ คน ซึ่งมี ๓ คนมีงานทำแล้ว จึงเป็นที่ชัดเจนว่าไม่มีเวลาไปฝึกสอนในวันจันทร์ถึงวันศุกร์อย่างแน่นอน และประการที่สอง - หลักฐานการจ่ายเงิน ภายหลังมีข่าวออกไป ทำให้นักศึกษาบางคนได้นำหลักฐานการจ่ายเงินมายื่นให้ภายหลัง ซึ่งแต่ละรายมีจำนวนเงินที่แตกต่างกัน
นอกจากนี้ คุรุสภาได้ส่งผู้แทนคุรุสภาในเขตพื้นที่ที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบการฝึกสอนของนักศึกษา พบว่าในบางมหาวิทยาลัยไม่มีนักศึกษาลงฝึกสอน สำหรับการจัดห้องเรียน ๑๕ ห้อง รองรับนักศึกษาห้องละ ๑๕๐ คน รวมจำนวน ๒,๐๐๐ คน นั้น ได้ตรวจสอบและติดตามอาจารย์ที่มีรายชื่อทั้ง ๑๕ ห้อง ใช้อาจารย์ห้องละ ๙ คน ปรากฏว่ามีอาจารย์มารายตัว ๑ คน และเปิดเผยว่าไม่เกี่ยวข้องและไม่ได้เป็นอาจารย์สอน แต่มีไม่รู้ว่ามีรายชื่อได้อย่างไร ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า มหาวิทยาลัยที่ถูกกล่าวหาได้ส่งผู้ฝึกสอนจำนวน ๑,๓๔๙ คน ไปที่โรงเรียนใดบ้าง ซึ่งพบว่ามีหลายโรงเรียน ในหลายจังหวัด โดยให้ทางโรงเรียนดาวน์โหลดเว็บไซต์ของคุรุสภา จากนั้นทำการสำรวจ ตรวจสอบ และแจ้งมายังคุรุสภาว่า มีจำนวนผู้ไปฝึกสอนหรือไม่ได้ ซึ่งขณะนี้ได้รับผลการสำรวจทางเว็บไซต์เบื้องต้นพบ มีกว่า ๒๐ โรงเรียนแล้ว แต่ขณะนี้เป็นช่วงปิดภาคเรียนจึงหาตัวผู้กระทำผิดยาก โดยเลขาธิการคุรุสภาได้ฝากให้ผู้ที่ได้ใบปริญญาที่ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะมีหลักฐานการจ่ายเงินหรือไม่ก็ตาม รีบแจ้งความประสงค์เพื่อร่วมมือกับทางราชการ นอกจากจะได้กันไว้เป็นพยานแล้ว คุรุสภาก็จะหาทางเยียวยาให้ต่อไป มิฉะนั้นอาจจะตกเป็นผู้ที่มีความผิดร่วมกับสถาบันด้วย
นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน